ท้องเสีย

โดยปกติแล้วหากเราเกิดอาการท้องเสีย มักจะไม่ค่อยอยากรับประทานอะไรเท่าไหร่นัก เนื่องจากมีอาการปวดท้องหนัก และยังถ่ายท้องจนในบางครั้งหมดแรงกันเลยทีเดียว แต่หากเราต้องรับประทานอาหาร จะมีอาหารบางประเภทที่ผู้ป่วยท้องเสียควรหลีกเลี่ยงในมากที่สุด เพราะอาหารเหล่านั้นอาจจะไปกระตุ้นอาการท้องเสียให้มีความรุนแรงขึ้นมาอีกได้ ดังนั้นมาดูกันเลยว่าผู้ป่วยท้องเสียควรงดรับประทานอาหารประเภทใดบ้าง

อาการท้องเสียเกิดจากสาเหตุใด

อาการท้องเสียมักจะเกิดขึ้นจากการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนไปด้วยเชื้อไวรัส หรือเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เกิดการติดเชื้อภายในกระเพาะอาหาร หรือลำไส้อย่างกะทันหันได้นั่นเอง ซึ่งส่วนใหญ่แล้วอาการท้องเสียมักจะไม่มีความรุนแรงเท่าไหร่นัก และผู้ป่วยสามารถดูแลตัวเองได้ด้วยการดื่มเครื่องดื่มเกลือแร่ ORS หรือการรับประทานยาแก้ท้องเสียทั่ว ๆ ไป รวมทั้งการพักผ่อนให้เพียงพอ และเมื่อเวลาผ่านไปอาการท้องเสียจะสามารถหายได้ด้วยตัวเอง แต่หากใครที่มีอาการท้องเสียอย่างรุนแรง จำเป็นต้องเข้าไปพบแพทย์เช่นเดียวกัน เพื่อป้องกันร่างกายขาดน้ำ หรือเกิดการติดเชื้อจนเกิดความรุนแรงได้อีกด้วย

อาหารชนิดไหนที่คนท้องเสียไม่ควรรับประทาน

หากใครที่เกิดอาการท้องเสีย จะมีอาหารบางประเภทที่ควรหลีกเลี่ยงไปเสียก่อน เพราะอาหารเหล่านั้นอาจจะเข้าไปกระตุ้นอาการท้องเสียให้รุนแรงขึ้นได้มากกว่าเดิม เพราะฉะนั้นไปดูกันเลยว่า อาหารประเภทไหนที่คนท้องเสียไม่ควรรับประทาน

  • อาหารที่มีใยอาหารสูง อย่างเช่น ผัก ผลไม้ ถั่ว และธัญพืชต่าง ๆ เพราะจะมีส่วนช่วยให้ระบบย่อยอาหาร และระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  • อาหารที่มีไขมันในปริมาณมาก อย่างเช่น เนื้อสัตว์ติดมัน หรือของทอด เพราะอาหารเหล่านี้จะทำให้เกิดการสะสมของไขมันในลำไส้ใหญ่ อาจจะทำให้ลำไส้เกิดการบีบตัวเพิ่มมากขึ้น และนำไปสู่อาการท้องเสียมากขึ้นกว่าเดิม
  • นมและผลิตภัณฑ์จากนม อย่างเช่น เนย ชีส ไอศกรีม และนม เป็นต้น เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่นี้จะมีน้ำตาลแลคโตสเป็นส่วนประกอบ และเมื่อเรามีอาการท้องเสีย ร่างกายจะมีประสิทธิภาพในการย่อยน้ำตาลแลคโตสได้น้อยลง ส่งผลให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหารมากขึ้น ทำให้อาการท้องเสียแย่ลงได้นั่นเอง
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คาเฟอีก และน้ำอัดลม เนื่องจากเครื่องดื่มเหล่านี้จะทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหาร และกระตุ้นการทำงานของลำไส้มากยิ่งขึ้น และนอกจากนี้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังมีคาร์โบไฮเดรตในปริมาณมาก ดังนั้นจำทำให้ร่างกายย่อยได้ยากเมื่อมีอาการท้องเสียนั่นเอง

อย่างไรก็ตามอาการท้องเสียแบบไม่รุนแรง จะสามารถรักษาเองและหายเองได้ในเวลาไม่นานเท่าไหร่นัก แต่หากใครที่มีอาการรุนแรง อาจจะต้องไปพบแพทย์โดยด่วน เพราะอาการท้องเสียจะทำให้ร่างกายของเราเสียน้ำในปริมาณมาก และอาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อร่างกายในด้านอื่น ๆ ได้นั่นเอง

Explore More

คุมแคลอรีอย่างเข้าใจ ช่วยให้การลดน้ำหนักไม่กลายเป็นความเครียดเกินไป

คุมแคลอรีอย่างเข้าใจ ช่วยให้การลดน้ำหนักไม่กลายเป็นความเครียดเกินไป

การคุมแคลอรีอย่างเข้าใจ ช่วยให้การลดน้ำหนักไม่กลายเป็นความเครียดเกินไป การคุมแคลอรีคือการควบคุมปริมาณพลังงานที่รับเข้าร่างกายในแต่ละวัน เพื่อให้เกิดสมดุลระหว่างพลังงานที่ได้รับและพลังงานที่ใช้ไป ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการลดน้ำหนักอย่างมีประสิทธิภาพ การเข้าใจและจัดการกับแคลอรีอย่างถูกต้องไม่เพียงแต่ช่วยให้ลดน้ำหนักสำเร็จ แต่ยังช่วยลดความเครียดและความกังวลที่มักเกิดจากการควบคุมอาหารอย่างเข้มงวด โดยบทความนี้จะอธิบายความหมายของการคุมแคลอรีอย่างเข้าใจ พร้อมแนะนำหลักการและเทคนิคที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้การลดน้ำหนักเป็นกระบวนการที่ยั่งยืนและไม่ก่อให้เกิดความเครียดเกินไป ความหมายและความสำคัญของการคุมแคลอรีอย่างเข้าใจ การคุมแคลอรีอย่างเข้าใจหมายถึงการรู้จักและบริหารจัดการพลังงานที่ได้รับจากอาหารอย่างมีสติและความรู้ ตามที่สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐอเมริกา (NIH) ระบุว่า “การลดน้ำหนักได้ผลดีและยั่งยืนต้องอาศัยการควบคุมปริมาณแคลอรีที่เหมาะสม ไม่ใช่การอดอาหารแบบสุดโต่ง” การคุมแคลอรีอย่างถูกวิธีจึงแตกต่างจากการจำกัดอาหารแบบกดดันจิตใจ เพราะเน้นการเลือกอาหารที่ให้คุณค่าทางโภชนาการพร้อมรับแคลอรีในระดับที่เหมาะสมกับร่างกาย ตามข้อมูลจากสมาคมโรคอ้วนแห่งประเทศไทย พบว่า คนไทยมีแนวโน้มรับแคลอรีเกินความต้องการเฉลี่ยถึง 15-20% ซึ่งส่งผลให้อัตราการเป็นโรคอ้วนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการคุมแคลอรีอย่างเข้าใจจึงเป็นเครื่องมือสำคัญเพื่อปรับสมดุลพลังงานและลดความเสี่ยงจากโรคที่เกี่ยวข้องกับน้ำหนักเกิน การจำกัดแคลอรีและผลกระทบต่อสุขภาพจิต การจำกัดแคลอรีอย่างเคร่งครัดเป็นวิธีที่หลายคนเลือกใช้เพื่อลดน้ำหนัก แต่หากไม่เข้าใจหรือจัดการอย่างเหมาะสม อาจส่งผลให้เกิดความเครียดและความกังวลเกี่ยวกับอาหาร การศึกษาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดพบว่า

ลดไขมันด้วย Calorie Deficit โดยไม่เสียกล้ามเนื้อ: ตั้งเป้าและปรับแผนให้สมดุล

การลดไขมันด้วย Calorie Deficit

การลดไขมันในร่างกายโดยไม่สูญเสียกล้ามเนื้อถือเป็นเป้าหมายที่หลายคนใฝ่ฝัน แต่ก็เป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยความรู้และการวางแผนอย่างรอบคอบ หลักการสำคัญที่อยู่เบื้องหลังกระบวนการนี้คือ Calorie Deficit หรือการสร้างภาวะที่ร่างกายได้รับพลังงานน้อยกว่าที่เผาผลาญออกไป เมื่อทำได้อย่างถูกวิธี ร่างกายจะดึงพลังงานจากไขมันสะสมมาใช้แทน โดยไม่จำเป็นต้องสลายกล้ามเนื้อเป็นแหล่งพลังงาน บทความนี้จะพาคุณเข้าใจหลักการ วิธีตั้งเป้าหมาย และการปรับแผนโภชนาการกับการออกกำลังกายให้สมดุลอย่างยั่งยืน 1. ทำความเข้าใจ Calorie Deficit คืออะไร และทำงานอย่างไร Calorie Deficit คือภาวะที่ร่างกายได้รับแคลอรีจากอาหารน้อยกว่าปริมาณที่ร่างกายต้องการใช้ในแต่ละวัน ซึ่งเรียกว่า TDEE (Total Daily Energy Expenditure) หรือพลังงานที่ร่างกายเผาผลาญทั้งหมดต่อวัน เมื่อเกิดภาวะขาดดุลพลังงาน ร่างกายจะเริ่มดึงพลังงานสะสมจากไขมันมาใช้

อกไก่พร้อมทาน เลือกยังไง ให้โปรตีนแน่นและโซเดียมไม่สูง

อกไก่พร้อมทาน

บทนำ ในยุคที่คนหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น “อกไก่พร้อมทาน” กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการโปรตีนสูงในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬา คนออกกำลังกาย หรือผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก อกไก่พร้อมทานดูเหมือนจะเป็นคำตอบที่สะดวกและรวดเร็ว แต่ความจริงแล้ว ผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีความแตกต่างกันอย่างมากในด้านคุณค่าทางโภชนาการ โดยเฉพาะปริมาณโซเดียมที่แฝงอยู่ในกระบวนการปรุงรส ถ้าเลือกไม่เป็น อาจได้โปรตีนมาพร้อมกับโซเดียมสูงเกินความจำเป็น ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว บทความนี้จะพาคุณไปเรียนรู้วิธีเลือกอกไก่พร้อมทานอย่างชาญฉลาด เพื่อให้ได้โปรตีนเต็มๆ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องโซเดียมสูง 1. รู้จักฉลากโภชนาการก่อนซื้อทุกครั้ง การอ่านฉลากโภชนาการถือเป็นทักษะพื้นฐานที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเฉพาะเมื่อซื้ออกไก่พร้อมทาน สิ่งแรกที่ต้องดูคือ ปริมาณโปรตีนต่อหน่วยบริโภค โดยอกไก่พร้อมทานที่ดีควรมีโปรตีนไม่ต่ำกว่า 20–25 กรัมต่อ 100 กรัม ถัดมาคือ โซเดียม