ต้มไข่

ปฏิเสธไม่ได้ว่าไข่เป็นวัตถุดิบที่มีกันแทบทุกบ้านและสามารถนำมารังสรรค์เป็นเมนูได้หลากหลาย และเหมาะมาก ๆ ในการนำมาใช้เป็นเมนูเริ่มต้นในการเรียนรู้การทำอาหาร แต่อย่าคิดว่าการต้มไข่จะง่าย ต้องรู้จักทั้งการควบคุมเวลาและการแกะให้สวย เดี๋ยวเราจะพาไปดูว่าต้องทำยังไง 

ต้มไข่ยังไงให้ได้ระดับความสุกที่ต้องการ

การต้มไข่เพื่อให้ได้ระดับที่ต้องการถือเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยาก ต้องให้ความสำคัญกับอุณหภูมิของน้ำและระยะเวลาในการต้ม แต่สามารถเรียนรู้กันได้และมีกฎง่าย ๆ ระยะเวลาที่กำลังจะพูดถึง คือ นับจากตอนใส่ไข่ลงไปในน้ำเดือด ดังนี้

  • ต้องการไข่ลวก ต้ม 2 นาที
  • ต้องการไข่แดงยางมะตูม ต้ม 4 นาที
  • ต้องการไข่ต้มสุก แต่ไข่แดงเป็นสีส้มเกือบสุก ต้ม 6 นาที
  • ต้องการไข่ต้มสุกทั้งใบ ไข่แดงสุกเป็นสีส้ม ต้ม 8 นาที
  • ต้องการไข่สุกมากทั้งใบทั้งไข่แดงและไข่ขาว ต้ม 10 นาที 

เคล็ดลับการต้มไข่

มีเคล็ดลับเพิ่มเติมที่ช่วยทำให้การต้มไข่ของคุณกลายเป็นรูปแบบการทำอาหารแบบฉบับมือโปร ดังนี้

  • ต้มไข่ให้ปอกง่าย การต้มไข่ไม่ยากแต่การปอกเปลือกไข่ให้ออกมาสวยเนียนทั้งลูกยากกว่า หากลองต้มดูบางครั้งก็สามารถทำได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องใช้เทคนิคอะไรเลย แต่ก็โชคร้ายที่ส่วนใหญ่มักไม่ได้เป็นแบบนั้น ดังนั้นหากอยากมั่นใจว่าสามารถบอกใครได้ง่ายและออกมาสวย มีเคล็ดลับช่วยได้ คือ 
  • เจาะไข่ก่อนต้ม อาจใช้ไม้จิ้มฟันหรือเข็มก็ได้โดยเจาะเพียงแค่รูเดียวเพื่อให้อากาศแทรกเข้าไประหว่างการต้ม เวลาปอกจะได้บอกง่าย
  • น็อคน้ำเย็นทันทีหลังจากต้มไข่ตามระดับความสุกที่ต้องการได้ต้องนำไข่ไปแช่ในน้ำเย็นทันที 
  • ต้มไข่ให้ไม่แตก ก่อนอื่นให้ดูก่อนว่าไข่ที่นำมาต้มใช่ไข่ที่แช่ตู้เย็นไว้หรือเปล่า หากใช่ต้มยังไงก็แตก ดังนั้นวิธีการแก้ไข คือ ให้นำไข่มาวางไว้จนเย็นก่อนค่อยนำไปต้ม และหากพบว่าไม่ได้มาจากสาเหตุนี้ ให้ดูจากความสดใหม่ของไข่ไก่ หากไม่อยากให้แตกควรเลือกไข่ใบเก่ามากกว่าจะเป็นไข่ใหม่ หรือระหว่างต้มอาจใส่เกลือหรือน้ำส้มสายชูลงไปเล็กน้อย ย้ำว่าเล็กน้อย จะทำให้ไข่ขาวแข็งตัวได้เร็วขึ้นและง่ายต่อการปอกเปลือก 

แม้การต้มไข่จะดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่การใส่ใจเพื่อให้ไข่ออกมาสวยและน่ารับประทานนั้นยากกว่าที่คิด เพราะต้องให้ความสำคัญทั้งการมองหาเทคนิคต้มไข่ไม่ให้แตกต้มไข่ให้ปอกง่าย ๆ ไปจนถึงต้มให้ได้ระดับที่ต้องการ หากอยากเป็นมือโปรต้องขยันฝึกฝนบ่อย ๆ ด้วยนะทุกคน 

Explore More

วิธีเลือกของในซูเปอร์มาร์เก็ตสำหรับคนอยากผอม

การเลือกซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ต

บทนำ การเดินซูเปอร์มาร์เก็ตดูเหมือนเรื่องง่าย แต่สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักหรืออยากมีสุขภาพดีขึ้น มันคือ สมรภูมิแห่งการตัดสินใจ ที่ต้องใช้ความรู้และความมีวินัยอย่างมาก เพราะทุกชั้นวางสินค้าถูกออกแบบมาเพื่อดึงดูดให้คุณซื้อมากกว่าที่ต้องการ บทความนี้จะพาคุณเรียนรู้วิธีเลือกซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างชาญฉลาด เพื่อให้ทุกบาทที่จ่ายไปช่วยสนับสนุนเป้าหมายการลดน้ำหนักของคุณได้จริง 1. วางแผนก่อนออกจากบ้านเสมอ การเดินซูเปอร์โดยไม่มีแผนคือหายนะของคนอยากผอม เพราะคุณจะตกเป็นเหยื่อของโปรโมชั่นและสินค้าที่ดูน่ากินแต่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ควรเขียนรายการสินค้าที่ต้องการซื้อให้ชัดเจนก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง โดยวางแผนมื้ออาหารล่วงหน้าอย่างน้อย 3–5 วัน เพื่อให้รู้ว่าต้องการวัตถุดิบอะไรบ้าง นอกจากนี้ควรกินอาหารให้อิ่มก่อนออกไปซื้อของ เพราะการเดินซูเปอร์ตอนหิวจะทำให้คุณหยิบสินค้าที่ไม่จำเป็นมากขึ้นถึง 40% การมีรายการช้อปปิ้งที่ชัดเจนจะช่วยให้คุณโฟกัสและประหยัดเงินได้ในเวลาเดียวกัน 2. เลือกอาหารจากรอบนอกของซูเปอร์ก่อน นักโภชนาการแนะนำให้เริ่มต้นเดินช้อปปิ้งจากบริเวณรอบนอกของซูเปอร์มาร์เก็ตก่อนเสมอ เพราะพื้นที่เหล่านั้นมักเป็นที่วางสินค้าสด เช่น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์

15 ไอเดียอาหาร Plant Based สำหรับคนออกกำลังกายที่อยากเพิ่มโปรตีนแบบไม่จำเจ

15 ไอเดียอาหาร Plant Based สำหรับคนออกกำลังกายที่อยากเพิ่มโปรตีนแบบไม่จำเจ

แนะนำอาหาร Plant Based สำหรับนักออกกำลังกายที่ต้องการเพิ่มโปรตีนแบบไม่ซ้ำใคร อาหาร Plant Based หรืออาหารที่มาจากพืชเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในกลุ่มนักออกกำลังกายที่ต้องการเพิ่มโปรตีนและเสริมสร้างกล้ามเนื้อโดยไม่มีโปรตีนจากสัตว์เข้ามาเกี่ยวข้อง อาหารประเภทนี้นอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้ว ยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย รายงานจาก The Journal of Nutrition พบว่าการบริโภคโปรตีนจากพืชมีประสิทธิภาพเพียงพอในการซ่อมแซมและสร้างกล้ามเนื้อหากจัดสรรเมนูอย่างเหมาะสม บทความนี้จึงรวบรวม 15 ไอเดียอาหาร Plant Based ที่ช่วยเพิ่มโปรตีน ไม่ให้รู้สึกจำเจ พร้อมข้อมูลทางโภชนาการและวิธีปรุงง่ายๆ เพื่อให้คุณได้เริ่มต้น หรือปรับเปลี่ยนเมนูสำหรับนักกีฬาหรือคนออกกำลังกายได้อย่างเหมาะสม ความหมายและคุณสมบัติของอาหาร Plant Based สำหรับนักออกกำลังกาย

ไอเดียเปลี่ยนซอส 3 สไตล์ ให้ Meal Prep โปรตีนทางเลือกกล่องเดิม ไม่จำเจ

ไอเดียเปลี่ยนซอส 3 สไตล์ ให้ Meal Prep โปรตีนทางเลือกกล่องเดิม ไม่จำเจ

ไอเดียเปลี่ยนซอส 3 สไตล์ให้ Meal Prep โปรตีนทางเลือกกล่องเดิม ในยุคที่การทำอาหารล่วงหน้า หรือ Meal Prep กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก การเลือกโปรตีนทางเลือกมาเป็นส่วนประกอบหลักในแต่ละมื้อถือเป็นเทรนด์ที่ดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม แต่ความท้าทายที่พบเจอบ่อยคือความจำเจของรสชาติ ด้วยเหตุนี้ การเปลี่ยนซอสหรือเครื่องปรุงรสจึงเป็นทางออกที่ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้กับเมนูโปรตีนทางเลือกได้อย่างน่าสนใจ บทความนี้จะนำเสนอไอเดียซอส 3 สไตล์ที่ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศให้กล่องอาหารของคุณไม่น่าเบื่ออีกต่อไป พร้อมทั้งวิเคราะห์ความสำคัญและผลลัพธ์จากการเปลี่ยนแปลงซอสเพื่อยกระดับ Meal Prep ของคุณ ซอสเปลี่ยนรสชาติช่วยเพิ่มมิติใหม่ให้โปรตีนทางเลือก ซอสที่ใช้นั้นไม่ใช่เพียงแค่สารเติมรส แต่ยังเป็นตัวบ่งชี้และตัวขับเคลื่อนประสบการณ์ในการรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับโปรตีนทางเลือกที่อาจมีรสชาติหรือลักษณะที่แตกต่างจากโปรตีนเนื้อสัตว์แบบเดิม งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดระบุว่าการปรับเปลี่ยนรสชาติในอาหารช่วยเพิ่มการบริโภคผักและโปรตีนที่หลากหลายถึง 35% ในกลุ่มตัวอย่าง (Harvard